วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เลนส์กล้องมีกี่ประเภท สิ่งสำคัญที่ช่างภาพมือใหม่ควรรู้

เลนส์กล้องมีกี่ประเภท สิ่งสำคัญที่ช่างภาพมือใหม่ควรรู้



ชวนช่างภาพมือใหม่มาไขข้อข้องใจว่า จริง ๆ แล้ว เลนส์กล้องมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับการใช้ถ่ายภาพแบบไหน
เชื่อเลยว่าช่างภาพมือใหม่หลาย ๆ คนอาจจะสับสนไม่น้อย เมื่อถึงเวลาที่ต้องการหาเลนส์ใหม่ ๆ มาใช้ เพราะอยากได้ภาพถ่ายที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งพอถึงเวลาต้องเลือกเลนส์จริง ๆ กลับไม่รู้เลนส์แบบไหนเหมาะกับสไตล์การถ่ายภาพของตัวเอง รวมถึงกล้องที่มีอยู่ด้วย ดังนั้นเราเลยนำเรื่องประเภทของเลนส์มาฝากกัน

เลนส์กล้องแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่


1. เลนส์ไพร์ม (Prime Lens) คือเลนส์ที่มีระยะโฟกัสตายตัวแค่ช่วงเดียวเท่านั้น แต่จะให้ภาพที่คมชัด มีให้เลือกตั้งแต่ระยะไวด์ไปถึงเทเล เช่น 24 มม., 85 มม., และ 100 มม. เป็นต้น ซึ่งมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ช่วยให้พกพาสะดวก เพราะมีจำนวนชิ้นเลนส์น้อย




2. เลนส์ซูม (Zoom Lens) เป็นเลนส์ที่สามารถปรับระยะซูมได้หลายช่วงในเลนส์เดียว เช่น 16-35 มม. และ 70-300 มม. ภายในเลนส์ประกอบด้วยชิ้นเลนส์หลายชิ้น เพื่อประสิทธิภาพในการซูม ส่งผลให้ตัวเลนส์มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ

เลนส์กล้องแบ่งตามระยะโฟกัส





1. เลนส์มาตรฐาน (Normal Lens) คือเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสในระยะปกติ ให้ภาพถ่ายที่มีระยะพอดีกับการมองด้วยตาเปล่า โดยเลนส์มาตรฐานจะมาพร้อมกับระยะโฟกัส 50 มม. จึงเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพทั่วไป หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเลนส์ฟิกซ์ 50 ก็ได้เช่นกัน


2. เลนส์เทเลโฟโต (Telephoto Lens) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเลนส์เทเล เป็นเลนส์มุมแคบที่เหมาะกับใช้ในการเก็บภาพระยะไกล เพราะสามารถซูมเข้าหาวัตถุได้ โดยเลนส์ประเภทนี้มีให้เลือกหลายระยะ เช่น 55-300 มม., 70-300 มม., 80-200 มม., และ 200-400 มม. เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ ยังใช้สำหรับการถ่ายภาพพอร์เทรตด้วย เพราะสร้างเอฟเฟกต์หน้าชัดหลังเบลอได้นั่นเอง
3. เลนส์ไวด์ (Wide Angle Lens) คือเลนส์มุมกว้างที่นิยมใช้ในการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ เพราะเก็บรายละเอียดภาพได้ครบถ้วน โดยมีระยะโฟกัสให้เลือกหลายช่วงเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น 10-24 มม., 11-16 มม., และ 18-35 มม. ไม่เพียงเท่านี้ เลนส์ไวด์ยังเป็นเลนส์ที่เหมาะกับการใช้ถ่ายภาพคอนเสิร์ตหรืออีเว้นต์ต่าง ๆ ด้วย เนื่องจากเก็บภาพได้ครอบคลุม แต่ก็มีข้อเสียอยู่ที่ความเพี้ยนของภาพ ซึ่งเกิดจากขอบภาพที่โค้งกว่าเลนส์แบบอื่น


3. เลนส์ไวด์ (Wide Angle Lens) คือเลนส์มุมกว้างที่นิยมใช้ในการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ เพราะเก็บรายละเอียดภาพได้ครบถ้วน โดยมีระยะโฟกัสให้เลือกหลายช่วงเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น 10-24 มม., 11-16 มม., และ 18-35 มม. ไม่เพียงเท่านี้ เลนส์ไวด์ยังเป็นเลนส์ที่เหมาะกับการใช้ถ่ายภาพคอนเสิร์ตหรืออีเว้นต์ต่าง ๆ ด้วย เนื่องจากเก็บภาพได้ครอบคลุม แต่ก็มีข้อเสียอยู่ที่ความเพี้ยนของภาพ ซึ่งเกิดจากขอบภาพที่โค้งกว่าเลนส์แบบอื่น






4. เลนส์ฟิชอาย (Fisheye Lens) ลักษณะที่สังเกตได้ชัดของเลนส์ประเภทนี้คือ หน้าเลนส์จะกลมและนูนคล้ายตาปลา สามารถเก็บภาพในมุมกว้างสุดถึง 180 องศาเลยทีเดียว ซึ่งให้ภาพที่ดูแปลกตา พร้อมกับมีระยะโฟกัสให้เลือกทั้งแบบเดี่ยวและซูม เช่น 4.5 มม., 8 มม., และ 10-17 มม.



6. เลนส์ฟิกซ์ (Fixed Lens) คือเลนส์ที่มีระยะโฟกัสแค่ช่วงเดียว ไม่สามารถซูมเข้า-ออกได้ แต่มีจุดเด่นอยู่ที่รูรับแสง ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าเลนส์แบบอื่นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ f/2.8 หรือ f/3.5 ขึ้นไป แต่เลนส์ฟิกซ์จะเริ่มที่ f/1.4 หรือ f/1.8 โดยเลนส์บางรุ่นมีรูรับแสงกว้างถึง f/0.95 เลยทีเดียว โดยมีระยะโฟกัสยอดฮิต เช่น 35 มม., 50 มม., และ 85 มม.

เมื่อได้ทราบอย่างนี้แล้ว ใครที่กำลังมองหาเลนส์กล้องตัวใหม่อยู่ละก็ ลองทำความเข้าใจการใช้งานเบื้องต้นของเลนส์แต่ละประเภทกันก่อนดีกว่า เพราะเลนส์กล้องมีราคาค่อนข้างแพงนั่นเอง ที่สำคัญ เพื่อที่สุดท้ายแล้วคุณจะได้เลนส์กล้องที่ตรงตามความต้องการมากที่สุดยังไงล่ะ

CR:
https://photograph495.wordpress.com/2016/11/23/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97-%E0%B8%AA/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น